ต่างประเทศกับ "ซูนามิ"

นอกจาก 6 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์ "ซูนามิ" ถล่ม ยังมีอีกหลายประเทศที่อยู่ในแถบทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดียที่เผชิญกับเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกัน วันนี้มีสรุปข่าวล่าสุดจากหนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ 29 ธันวาคม 2547 มานำเสนอ

อินโดฯตายพรวดอันดับหนึ่ง ยอดรวมทางการ5.5หมื่นศพ

ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการทะลุ 5 หมื่นศพแล้ว รอง ปธน.อินโดฯเชื่อตัวเลขจริงสูงกว่านั้น แค่สุมาตราแห่งเดียว 2.5 หมื่น ศรีลังกา 2 หมื่นราย คาดการณ์ทั่วภูมิภาคดับกว่า 5.7 หมื่นคน ยูเอ็นส่งเจ้าหน้าที่ 5 แสนยื่นมือช่วยอาเจะห์ หน.สำนักงานสหประชาชาติชี้อาจเป็นมหันตภัยที่มีมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย เหนือเฮอร์ริเคนมิตช์ที่สร้างความสูญเสียถึง 2 แสนล้าน




ความเสียหายจากแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงถึง 9.0 ริกเตอร์ และคลื่นยักษ์สึนามิที่พัดถล่มเอเชียยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ว่า ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตที่รัฐบาลแต่ละประเทศได้แจ้งอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้นถึง 48,900 ศพแล้ว โดยประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคืออินโดนีเซีย 21,000 ศพ ศรีลังกา 18,706 ศพ อินเดีย 8,523 ศพ ไทย 1,516 ศพ พม่า 90 ศพ มาเลเซีย 65 ศพ มัลดีฟส์ 55 ศพ และบังกลาเทศ 2 ศพ ส่วนประเทศในทวีปแอฟริกาก็มีผู้เสียชีวิตจากสึนามิเช่นกัน คือที่โซมาเลียราว 100 ศพ แทนซาเนีย 10 ศพ และเซเชลส์ 3 ศพ

ทั้งนี้ แม้ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการของอินโดนีเซียจะยังไม่สูงถึงหลักหมื่น แต่นายยูซูฟ คาลลา รองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย บอกว่า ยอดผู้เสียชีวิตในเกาะสุมาตราเพียงแห่งเดียวอาจสูงถึงกว่า 25,000 ศพ เนื่องจากเป็นผืนแผ่นดินที่อยู่ใกล้กับแกนกลางของการเกิดแผ่นดินไหวมากที่สุด จังหวัดอาเจะห์ซึ่งอยู่ตอนบนสุดของเกาะมีประชากรราว 4 ล้านคน และห่างจากแกนกลางของแผ่นดินไหวเพียง 150 กิโลเมตร ขณะที่รัฐบาลศรีลังกาก็ประเมินว่าอาจมีผู้เสียชีวิตถึง 20,000 คน ขณะที่ความหวังที่จะมีผู้รอดชีวิตจากผู้ที่ยังสูญหายจำนวนมากในทุกประเทศก็แทบจะเป็นศูนย์ ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้อาจสูงถึง 57,000 ราย

สำหรับการค้นหาผู้เสียชีวิตและให้ความช่วยเหลือผู้รอดตายในบันดา อาเจะห์ยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะนอกจากอุปสรรคในการค้นหาที่มาจากมหันตภัยครั้งใหญ่แล้ว พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นเขตที่มีการสู้รบระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนด้วย แม้ทางกลุ่มกบฎอาเจะห์จะออกมาประกาศหยุดยิงเป็นการชั่วคราวเพื่อให้ทางการส่งความช่วยเหลือแก่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายแล้วก็ตาม แต่การให้ความช่วยเหลือก็ยังไม่คืบหน้าเท่าใดนัก ล่าสุดสหประชาชาติได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวถึง 500,000 คนด้วย

ส่วนนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศต่างๆ ยังคงส่งความช่วยเหลือมายังเอเชียอย่างต่อเนื่อง ทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย แพทย์ ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นรวมถึงยารักษาโรค โดยความช่วยเหลือส่วนใหญ่จะเน้นไปที่อินโดนีเซียและศรีลังกาซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ด้านนักอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซียระบุว่า จากการติดตามข้อมูลเกี่ยวกับอาฟเตอร์ช็อคและแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นตามมา ความเป็นไปได้ที่จะเกิดสึนามิครั้งใหม่ที่มีความรุนแรงเท่ากับที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นเป็นไปได้น้อยมาก

นายแจน เอจแลนด์ หัวหน้าสำนักงานประสานงานเพื่อกิจการด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานในการบรรเทาสาธารณภัยกล่าวว่า ขณะนี้ความช่วยเหลือจากนานาประเทศหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากอย่างไม่เคยปรากฏ มหันตภัยที่เกิดขึ้นในเอเชียต้องการการให้ความช่วยเหลือด้านการบรรเทาสาธารณภัยครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดวงเพียงแค่ประเทศหรือภูมิภาคใดเพียงแห่งเดียว

เอจแลนด์ประเมินว่า ผลกระทบจากมหันตภัยครั้งนี้มีมูลค่านับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ(40,000 ล้านบาท) หรืออาจมากกว่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ บางทีอาจเป็นมหันตภัยที่มีมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย เขาเชื่อว่าความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะสูงกว่ามหันตภัยจากพายุเฮอริเคนมิตช์ในปี 1998 ที่สร้างความเสียหายในอเมริกากลางถึงราว 5 พันล้านดอลลาร์(200,000 ล้านบาท)

"ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ก็น่าจะกินวงกว้างขวางมากกว่าครั้งใดๆ เพราะคนจำนวนมากอยู่ในที่เปิดโล่ง ศพนับพันนับหมื่นต้องได้รับการฝัง ส่วนซากสัตว์อีกจำนวนมากก็ต้องนำไปทำลายทิ้ง ก่อนที่จะเป็นตัวการในการแพร่กระจายเชื้อโรคไปยังแหล่งน้ำดื่ม การจัดการเรื่องเหล่านี้เป็นงานใหญ่มาก" นายแจนกล่าว และว่า กว่าจะรู้ผลกระทบจากมหันตภัยครั้งใหญ่นี้ทั้งหมดคงกินเวลานับสัปดาห์จากนี้ เพราะทุกแห่งที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยรุดไปถึงล้วนแต่เต็มไปด้วยความหายนะและความสูญเสีย

นายเคน ฮัดนัท ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาของสหรัฐระบุว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีความรุนแรงมากจนทำให้แกนโลกสั่นสะเทือน มวลของพลังงานจำนวนมหาศาลที่เกิดจากการเลื่อนไถลของเปลือกโลกทำให้วงโคจรของโลกแกว่งตัว ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบนแผนที่โลก โดยเกาะเล็กๆ บางแห่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะสุมาตราเคลื่อนที่ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 20 เมตร ตอนปลายสุดของเกาะสุมาตราซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 36 เมตรเช่นกัน แต่นักธรณีวิทยาจากสำนักธรณีวิทยาของสหรัฐระบุว่า การเคลื่อนที่ของเปลือกโลกน่าจะทำให้เกาะสุมาตราขยับสูงขึ้นกว่าเดิมมากกว่าที่จะเลื่อนตัวไปด้านข้าง

ขณะที่อดีตผู้แทนสหรัฐในธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียชี้ว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือในการสร้างระบบเตือนภัยธรรมชาติล่วงหน้าในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือความยากจน ความแตกต่างทางวัฒนธรรม และเหตุผลด้านการเมือง เพราะประเทศในภูมิภาคนี้มักเข้ากันไม่ค่อยได้และไม่ค่อยไว้วางใจกัน ทำให้ความร่วมมือในภูมิภาคนี้ไม่เคยทำได้ง่าย อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่มีระบบเตือนภัยสึนามิที่ดีที่สุดในโลกก็แสดงความพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือด้านการเตือนภัยสึนามิกับประเทศรอบมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกใต้ด้วย

นายเจมส์ วูล์ฟเฟนซอห์น ประธานธนาคารโลกประกาศว่า ได้เขียนจดหมายไปถึงผู้นำประเทศในเอเชียเพื่อเสนอความช่วยเหลือในการฟื้นฟูประเทศหลังเหตุมหันตภัยครั้งใหญ่แล้ว เนื่องจากธนาคารโลกมีประสบการณ์ในเรื่องการฟื้นฟูหลังภัยธรรมชาติต่างๆ นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังพร้อมที่จะให้คำปรึกษากับประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยทำงานร่วมกับสหประชาชาติและองค์กรต่างๆ อย่างใกล้ชิดด้วย

แม้การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในประเทศที่ได้รับผลกระทบจะเพิ่มขึ้นไม่หยุด แต่นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโตเกียว-มิตซูบิชิ ในสิงคโปร์ ประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอินโดนีเซีย อินเดีย มาเลเซีย และไทย ในภาพรวมกลับไม่มากนัก เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบกับเขตอุตสาหกรรม หรือสร้างความเสียหายให้แก่โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ในส่วนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เชื่อว่าจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการฟื้นตัวตามความต้องการของนักท่องเที่ยว เพราะขณะนี้โรงแรมที่ไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์ใน จ.ภูเก็ต ก็ยังเปิดให้บริการตามปกติ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นจะจัดตั้งศูนย์เตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิขึ้นในเดือนมีนาคมปีหน้านี้ โดยศูนย์ดังกล่าวจะตรวจจับผลกระทบของแผ่นดินไหวในภูมิภาคแปซิฟิก ตั้งแต่ไซบีเรียไปจนถึงอินโดนีเซีย ซึ่งจะทำให้ให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียทราบถึงภัยจากคลื่นยักษ์ได้ทันท่วงที อย่างไรก็ดี ศูนย์ดังกล่าวจะไม่สามารถตรวจวัดความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวในมหาสมุทรแปซิฟิกได้ ในเบื้องต้นระบบนี้จะสามารถเตือนภัยคลื่นยักษ์ได้ใน 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย จีน ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้

ทั้งนี้ ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีระบบเตือนภัยคลื่นยักษ์ที่ทันสมัยที่สุดในโลก และเป็นประเทศเดียวที่สามารถทำนายคลื่นยักษ์สึนามิได้ภายใน 3 ถึง 4 นาที หลังเกิดแรงสั่นสะเทือน

 

นี่เป็นเพียงข่าวล่าสุดที่ได้รับเท่านั้น เพราะตอนนี้ยังมีผู้สูญหายและผู้เสียชีวิตอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้ คาดว่าจะมีเพิ่มไปอีกเรื่อยๆ รวมทั้งประเทศไทยเอง

 

     Share

<< ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ เผยนาทีวิกฤต-สูญเสียคุณพุ่มสุขสันต์ปีใหม่ >>

Posted on Wed 29 Dec 2004 11:11


คำมั่น...สัญญา
"งาน" กับ "ต้นไม้"
การเดินทาง
เที่ยวเขาค้อ เพชรบูรณ์
สุขสันต์ปีใหม่
ต่างประเทศกับ "ซูนามิ"
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ เผยนาทีวิกฤต-สูญเสียคุณพุ่ม
ภาคใต้...อันน่าสลด
เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
เหนื่อยนักต้องพักก่อน
จากใจ

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh