ชีวิต...เพลียใจ

ระยะนี้มีหนุ่มสาวไฟแรง ที่เคยเรียนดี ทำงานเก่งมาปรึกษา หลายคนมาด้วยอาการเพลียใจ ไม่ค่อยมีแรง ไม่สดชื่นเหมือนที่เรียกว่าขาดไฟนั่นแหละ

พวกนี้เรียนจบปริญญาทำงานในบริษัทใหญ่ๆ มีชื่อเสียง ทุกคนทำงานแข่งขันกันเองและเพื่อนร่วมงานแลดูเหมือนน่าจะมีความสุข แต่ทำไมยิ่งทำไปๆรู้สึกเพลียมากขึ้น

ชีวิต เพลียใจ


ผมสอบถามดูได้ความว่า เขารู้สึกว่าเขาทำงานหนัก มีประชุมบ่อย เวลาพักผ่อนน้อย บางคนจะมีแฟนก็ไม่มีเวลาให้แฟนเลย เลิกกันไปก็มี พวกที่หาแฟนไม่ได้ก็ไม่มีโอกาสหาแฟน

แต่ประโยคที่เขาพูดคล้ายๆ กันก็คือ เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องมาทำงานหนักเช่นนี้ เงินเดือนแม้จะได้มากขึ้น แต่ก็ต้องเสียภาษีมากขึ้น ยิ่งทำมากแต่แลดูเหมือนได้เงินน้อยลง อนาคตก็ไม่เห็นจะร่ำรวย เขาอยากทำงานเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ เช่นเกี่ยวกับการให้เช่าหรือขายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งน่าจะรวยกว่า และมีเงินเก็บได้มากกว่าแต่ก็ยังไม่พร้อมและขาดประสบการณ์

คนเหล่านี้เป็นพวกสมองไว คิดมาก และคิดซับซ้อน

ชีวิต เพลียใจ


ความเพลียเกิดจากความสับสนในตัวเองเกิดความขัดแย้งในตัวเองว่าจะทำอะไรดีจะทำงานเก่าต่อไป

หรือจะลาออกหางานใหม่ สมองฉลาดพอที่จะมีคำตอบว่าสิ่งใดดีกว่าแต่ตัวเองไม่พร้อมจะทำสิ่งนั้น ไม่กล้าลอง และไม่กล้าทิ้งงานเก่า เขาจึงเกิดความขัดแย้ง(conflict) ในใจตลอดมา

ความขัดแย้งที่มีอยู่ประจำ ทำให้ตัดสินใจยากเกิดเป็นความเครียดสะสมมากขึ้นเมื่อเกิดความเครียด เขาจะขาดสิ่งสำคัญ 3 อย่าง คือ


1) ขาดพลังงาน ทำให้รู้สึกเพลีย เหนื่อยง่าย และหน่ายชีวิต

2) ขาดความคิดสร้างสรรค์ คิดอะไรไม่ค่อยออก ไม่อยากคิด

3) ขาดความรักตัวเองและเพื่อนมนุษย์ ทำให้ขาดความกระชุ่มกระชวยขาดความกระตือรือร้น


นี่คือสาเหตุของความเพลียในทุกๆ เช้าที่ลืมตาขึ้นมา และเพลียมากขึ้นในช่วงเริ่มทำงานตอนกลางวัน พอเลิกงานก็เพลีย กลับบ้าน กินข้าว ดูทีวี แล้วก็นอน ทำจนเป็นกิจวัตรประจำวันที่จำเจ บางคราวมีงานทำน้อยก็รู้สึกเพลียและคิดว่าตัวเองไร้ค่า

ชีวิต เพลียใจ

ผมสอนให้เขายอมรับตัวเองว่า ขณะนี้เขาเป็นอะไร แค่ไหน การเรียนรู้ทำให้ได้ประสบการณ์ อุปสรรคทำให้เกิดความเข้มแข็งในอนาคตทุกอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบันจะมีทั้งสิ่งดีและไม่ดี แต่ต้องรู้จักเลือกมองสิ่งดีให้มากขึ้นไม่ใช่นั่งจ้องมองสิ่งไม่ดี-ไม่ชอบ ซ้ำๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความหน่าย และเบื่อหน่ายทุกอย่าง


สอนให้มองโลกในแง่ดีว่าต้องมีทางออกที่ดีๆ

สอนให้มีอารมณ์ขันอย่าไปจริงจังกับชีวิตมากนัก จะยิ่งเครียดมากขึ้น

และให้ปรับตัวเข้าหาสภาพความเป็นจริง

ให้ออกกำลังกาย มองโลกในแง่ดี

รู้จักสร้างความหวัง และลดความคาดหวังที่มากๆ ลงเสีย

ชีวิต เพลียใจ

คนพวกนี้ผ่านชีวิตวัยเด็กที่ได้ทุกอย่างง่ายๆ และได้อย่างรวดเร็ว เช่นเรียนจบได้เร็ว พอเป็นวัยรุ่นก็สนุกกับชีวิต พอมาพบปัญหาของชีวิตจริงเข้า ก็ไม่อยากยอมรับ

เริ่มมองเห็นทุกข์ การจะปรับตัวให้รับความจริง รู้จักตั้งความหวังและยอมรับให้ได้ว่า แม้จะทำเต็มที่แล้วก็อาจไม่ได้ดังใจนึก เป็นสิ่งที่เขาต้องเข้าใจและทำใจยอมรับให้ได้

เขียนถึงตรงนี้แล้วนึกถึงบทกวีของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่เคยประพันธ์เอาไว้ว่า

ยามเยาว์เห็นโลกล้วน แสนสนุก
เป็นหนุ่มสาวก็แสนสุข ค่ำเช้า
กลางคืนเริ่มเห็นทุกข์  สุขคู่ กันนอ
ตกแก่จึงรู้เค้าว่าล้วน   อนิจจัง

มนุษย์เราก็เป็นเช่นนี้เอง ถ้ารู้ความจริงและยอมรับธรรมชาติของมนุษย์ได้ ดังบทกวีข้างบนนี้ จะไม่ทุกข์มากนักหรอกครับ ไม่ต้องรอให้ตกตอนแก่แล้วจึงค่อยรู้

เขาว่าทุกสิ่งล้วนไม่แน่นอน ใครรู้และยอมรับได้เร็ว ก็ทุกข์น้อยลง หายเพลียใจได้ทันที

ที่มา...Aromdee.net

ชีวิต เพลียใจ


ชีวิตก็มีทั้งสุขและทุกข์ปนๆ กันไป แต่ในปัจจุบันนี้ คนมักจะมองว่าชีวิตเต็มไปด้วยทุกข์เรื่องนั้นเรื่องนี้

ความทุกข์มันเกิดจากความคาดหวังของคนว่าต้องเป็นเช่นนั้นเป็นเช่นนี้ แต่เมื่อไม่ได้ดังหวัง ก็กลับไม่ยอมรับและไม่เข้าใจ พร้อมกันนั้นบางคนก็อาจโทษตัวเอง และพาลโทษผู้อื่น

จงยอมรับและเข้าใจในสิ่งที่มันเป็นมันเกิด...จะดีเสียกว่า

ชีวิต เพลียใจ


ขอบคุณทุกคนที่ห่วงใยนะ ตอนนี้หายป่วยแล้วล่ะ แต่ถ้าอากาศยังเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน ก็อาจจะกลับมาอีก คงต้องดูแลสุขภาพกันยกใหญ่ทีเดียวช่วงนี้ ส่วนเพื่อนๆ ก็อย่าลืมห่วงสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ

KimBerrY

ชีวิต เพลียใจ

 

     Share

<< Love is Everythingคนฉลาดย่อมไม่เคยคิดว่าคนอื่นโง่ >>

Posted on Fri 23 Mar 2007 9:09


จุดจบ ทำให้เกิด การเริ่มต้น
เพื่อนของเราชื่อความเหงา
What Can I Do (แถมท้าย...งานหนังสือ)
ท้องฟ้า...Sky
คนฉลาดย่อมไม่เคยคิดว่าคนอื่นโง่
ชีวิต...เพลียใจ
Love is Everything
หาความสุขใส่ตัว
กลอน
วิธีแก้เครียดในที่ทำงาน
พรหมลิขิต

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

ง่า ... พิมพ์เพลิน
เมนต์เรายาวมากมายเลยอ่า

"นล" ครับ
นล   
Sat 24 Mar 2007 11:55 [1]