
ประตูมีไว้เพื่อปิด-เปิด
ประตูมีไว้เพื่อเข้า-ออก
บานประตูจึงไม่ต่างอะไรกับจิตใจของเรา
เวลาเราทุกข์ใจ นั่นเป็นเพราะใจเราเปิดรับความทุกข์
และไม่ยอมเปิดใจยอมรับความสุขที่จะผ่านเข้ามา

ประตู...จึงทำหน้าที่
ทั้งเปิดรับสิ่งดีและเปิดรับสิ่งไม่ดี
จิตใจของเราก็ทำหน้าที่
เปิดรับความสุขและเปิดรับความทุกข์

บางคนใช้ชีวิตแบบประตูที่ปิดตาย
ไม่ยอมปลดปล่อยตัวเอง
ออกจากความทุกข์
ได้แต่ปิดตายและกักขังชีวิตของตนไว้
ไม่ใยดีต่อความสุขที่ตัวเองมีสิทธิได้รับ
บางคนพอเปิดประตูไม่ได้
ก็พาลเอากับตัวเองและผู้อื่น
เอาแต่โกรธขึ้งผู้อื่น
ไม่เคยย้อนมองส่องตน
การมัวแต่เพ่งโทษของคนอื่น
จึงรังแต่ทำให้เรากักขังตัวเราไว้กับความทุกข์

สิ่งที่เราควรทำคือ........
ศึกษาความผิดพลาดของผู้อื่น
แต่ให้เรานำข้อผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียนสอนตน
ไม่ประพฤติไปตามนิสัยแย่ๆ เหล่านั้น
ให้รู้ไว้ว่า...บางครั้งที่เราเปิดประตูไม่ได้
ไม่ใช่เพราะประตูปิดตาย
ไม่มีประตูใดที่ปิดตาย
มีแต่ใจที่ปิดตายเท่านั้น...
ที่ไม่สามารถให้อภัยใครได้
แม้แต่กับตัวเอง

หลายคนใช้ชีวิตแบบดึง
ทั้งที่ประตูบอกให้เลื่อน
ฝืนดึงจนบางทีประตูพัง...
หลายคนใช้ชีวิตแบบผลัก
ทั้งที่ประตูบอกให้ดึง

ประตูที่แท้จริง
คือ ประตูที่ไร้ประตู
ชีวิตที่แท้จริง
คือ ชีวิตที่เข้าใจชีวิต
จาก forwarding mail

เราฝืนชะตาได้
แต่ถ้าทำไม่ได้ จงอย่าฝืน
KimBerrY