เมื่อเรากลายเป็น...ของมัน

เมื่อเรากลายเป็น “ของมัน”

เรื่องโดย พระไพศาล วิสาโล

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

เคยสังเกตไหมว่า เวลาเพื่อนทำกระเป๋าเงินหาย
เราสามารถสรรหาเหตุผลมาได้มากมายเพื่อช่วยให้เธอทำใจ
(ยังดีที่ไม่เสียมากกว่านี้ ถือว่าใช้กรรมก็แล้วกัน เงินทองเป็นของนอกกาย ฯลฯ)

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

ในทำนองเดียวกัน เวลาเพื่อนอกหัก ถูกแฟนทิ้ง
เราก็รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรเพื่อให้เธอปล่อยวาง
แต่เวลาเราประสบเหตุอย่างเดียวกัน กลับทำใจไม่ได้
เอาแต่เศร้าซึมจ่อมจมอยู่กับความสูญเสีย
คำแนะนำดีๆ ที่ให้เพื่อน กลับมาใช้กับตัวเองไม่ได้
บ่อยครั้งก็นึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าควรทำใจอย่างไร
ใช่หรือไม่ว่าสาเหตุที่เราสามารถแนะนำเพื่อนได้อย่างฉาดฉาน
ก็เพราะเงินของเพื่อน ไม่ใช่เงินของฉัน
แฟนของเพื่อน ไม่ใช่แฟนของฉัน
เราจึงไม่รู้สึกทุกข์ร้อนเท่าใดนัก
ปัญญาจึงทำงานได้เต็มที่
แต่เมื่อใดที่เหตุร้ายเกิดกับเงินของฉันหรือแฟนของฉัน
อารมณ์จะท่วมท้นใจ จนนึกอะไรไม่ออก

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

ไม่มีอะไรที่จะทรงพลังเท่ากับคำว่า “ของฉัน”
ไม่ว่าความวิบัติจะรุนแรงเพียงใดก็ตาม
หากมันไม่เกี่ยวข้องกับ “ของฉัน”
เราก็ไม่ค่อยรู้สึกรู้สาด้วย
แต่ทันทีที่มีอะไรมากระทบกับ “ของฉัน”
แม้เล็กน้อยเพียงใด มันกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

หลายคนดูข่าวแผ่นดินไหวในอิหร่านที่มีคนตายนับแสนคนด้วยความ
รู้สึกเฉยๆ แต่จะขุ่นเคืองไปทั้งวัน เมื่อพบว่ารถของตนมีรอยขีดข่วนที่ตัวถัง

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

สาเหตุที่ผู้คนยอมเหนื่อยยากทำงานตัวเป็นเกลียว
ก็เพื่อรักษาและเพิ่มพูน “ของฉัน” ให้มากที่สุด
ความยึดอยากให้ทุกอย่างเป็น “ของฉัน”
ทำงานอยู่ในส่วนลึกของจิตใจตลอดเวลา
แม้เก้าอี้ในโรงภาพยนตร์ที่เพิ่งมานั่งได้ไม่กี่นาที
เราก็เรียกว่า “เก้าอี้ของฉัน” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

แต่เราเคยสังเกตไหมว่า ทันทีที่ยึดอะไรก็ตามว่าเป็น “ของฉัน”
เราจะกลายเป็น “ของมัน” ไปทันที
เราจะยอมทุกข์เพื่อมัน
ถ้าใครวิจารณ์เสื้อของฉัน ตำหนิรถของฉัน
เราจะโกรธและจะแก้ต่างให้มันบางครั้งถึงกับแก้แค้นแทนมันด้วยซ้ำ
ถ้าเงินของฉันถูกขโมย เราจะทุกข์ข้ามวันข้ามคืนทีเดียว

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

คนจำนวนไม่น้อยยอมตายเพื่อรักษาสร้อยเพชรไว้ไม่ให้ใครกระชากเอาไป
บางคนยอมเสี่ยงชีวิตฝ่าเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้บ้าน
เพราะกลัวอัญมณีจะถูกทำลายวายวอด
ฉะนี้แล้วควรจะเรียกว่ามันเป็น “ของฉัน”
หรือฉันต่างหากเป็น “ของมัน”

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

เป็นเพราะหลงคิดว่ามันเป็น “ของฉัน”
ผู้คนทั้งโลกจึงกลายเป็น “ของมัน” ไปโดยไม่รู้ตัว
มีชีวิตอยู่เพื่อมัน ยอมทุกข์ก็เพื่อมัน
ทั้งๆที่รู้อยู่ว่ามีเวลาอยู่ในโลกนี้จำกัด
แต่ใช้เวลาไปอย่างไม่เสียดายก็เพื่อมัน
ซ้ำร้ายกว่านั้นหลายคนยอมทำชั่ว
อกตัญญูต่อผู้มีพระคุณก็เพื่อมัน
กลายเป็นว่าถูกมันใช้ ยิ่งกว่าเป็นผู้ใช้มัน

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

ยิ่งยึดมั่นว่าทรัพย์สินเป็นของฉัน เรากลับกลายเป็นทาสของมัน
จิตใจนี้อุทิศให้มันสถานเดียว
เศรษฐีนีเงินกู้คนหนึ่งเป็นโรคอัลโซเมอร์ในวัยชรา จำลูกหลานไม่ได้แล้ว
แต่สิ่งเดียวที่จำได้แม่นก็คือสมุดจดบันทึกทรัพย์สิน
ทุกวันจะหยิบสมุดเล่มนี้มาพลิกดูไม่รู้เบื่อ
แม้ลูกหลายจะชวนสวดมนต์หรือฟังเทปธรรมะ ผู้เฒ่าก็ไม่สนใจ
จิตใจนั้นรับรู้ปักตรึงอยู่กับเงินทองเท่านั้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เมื่อสิ้นลมผู้เฒ่าจะนึกถึงอะไร และจะไปสุคติได้หรือไม่

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

ไม่ว่าจะมีเงินทองมากมายเพียงใด
เมื่อตายไปก็ไม่มีใครเอาไปได้แม้แต่อย่างเดียว
นั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้ทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตเพื่อทรัพย์สมบัติ
แต่ที่ร้ายกว่านั้นก็คือ หากหวงแหนติดยึดมัน
แม้กระทั่งในยามสิ้นลม มันก็สามารถฉุดลงอบายได้

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

ถ้าไม่อยากเป็น “ของมัน”
ก็ควรถอนความสำคัญมั่นหมายว่ามันเป็น “ของฉัน”
การให้ทานเป็นวิธีการเบื้องต้นในการฝึกจิตให้ถอนความสำคัญมั่นหมายดังกล่าว
ถ้าให้ทานอย่างถูกวิธี ไม่เพียงเป็นประโยชน์แก่ผู้รับเท่านั้น
หากเป็นประโยชน์แก่ผู้ให้

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

ประโยชน์ประการหลังมิได้หมายถึงความมั่งมีศรีสุขในอนาคตเท่านั้น
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ช่วยลดความยึดติดในทรัพย์ “ของฉัน”
แต่อานิสงส์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อเราให้โดยไม่ได้หวังอะไรกลับคืนมา
หากให้เพื่อมุ่งประโยชน์แก่ผู้รับเป็นสำคัญ
ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นพระหรือไม่ก็ตามและเมื่อให้ไปแล้วก็ให้ไปเลย
โดยไม่คิดว่าของนั้นยังเป็นของฉันอยู่
(หรือเฝ้ามองว่าทำไมหลวงพ่อยังไม่ฉันอาหาร “ของฉัน”)

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

การให้ทานและเอื้อเฟื้อเจือจานเป็นการสร้างภูมิต้านทานให้แก่จิตใจ
ทำให้ไม่ทุกข์เมื่อประสบความสูญเสีย
ในทางตรงข้าม คนที่ตระหนี่แม้จะมีความสุขจากเงินทองที่พอกพูน
แต่หารู้ไม่ว่าจิตใจนั้นพร้อมที่จะถูกกระทบกระแทกในยามเสียทรัพย์
แม้จะเป็นเรื่องที่จำเป็นก็ตาม

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

ชาวอินเดียผู้หนึ่งเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวมาก
วันหนึ่งได้รับโทรศัพท์จากภรรยาว่าเธอปวดท้องและปวดศีรษะมากจนต้องเข้าโรงพยาบาล
หมอจึงสั่งตรวจเลือดและทำอัลตราซาวนด์เพราะเกรงว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ
พอรู้เช่นนี้เขาจึงสั่งให้ภรรยารีบหนีออกจากโรงพยาบาลโดยไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งสิ้น
แล้วเขาก็โทรศัพท์ไปด่าหมอว่าเห็นแก่เงิน
สั่งตรวจเลือดทำอัลตราซาวนด์โดยไม่จำเป็น
หมอพยายามอธิบายอย่างไรเขาก็ไม่ยอมเข้าใจ

ต่อมาเขามีเหตุต้องเข้าโรงพยาบาลเดียวกันนั้นเพื่อผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี
เขาต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหลายวัน
เนื่องจากมีการติดเชื้อ ค่าใช้จ่ายจึงเป็นจำนวนมาก
วันสุดท้ายที่เขาอยู่โรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินมาเก็บเงินจากคนไข้ถึงในห้อง
ทันที่เขาเห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายก็เกิดอาการช็อกและสิ้นลมคาเตียง

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

เงินนั้นมีไว้ใช้ แต่เมื่อใดที่เผลอใจกลายเป็นของมันไป
มันก็สามารถทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตได้

เมื่อเรากลายเป็น ของมัน

สาธุ

KimBerrY 

     Share

<< คนชอบยุ่งกับเรื่องของคนอื่นถูกนินทาว่าร้าย คิดอย่างไรจึงจะหายทุกข์ >>

Posted on Fri 27 Aug 2010 14:48


เวลาที่สำคัญที่สุด
ชัยชนะแห่งชีวิต
จงเป็นฝ่ายเริ่มต้น
ล้มทั้งยืน...ดีกว่าล้มไม่เป็น
ถูกนินทาว่าร้าย คิดอย่างไรจึงจะหายทุกข์
เมื่อเรากลายเป็น...ของมัน
คนชอบยุ่งกับเรื่องของคนอื่น
รักแม่...เถอะลูก
สองด้าน
คนใจเย็น
มงคล 9

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh