ปอดแหก

ปอดแหก ปอดแหก ปอดแหก ปอดแหก

1

ในตำนาน สามก๊ก บทการรบระหว่างทัพฝ่ายเล่าปี่กับโจโฉที่เมืองอ้วนเซียซึ่งโจหยินรักษาอยู่
กวนอูพลาดพลั้งต้องเกาทัณฑ์อาบยาพิษที่หัวไหล่ซ้าย จำต้องถอยทัพ
ลูกน้องจึงเชิญหมอฮัวโต๋มารักษากวนอู

หนอนนิยายจีนกำลังภายในย่อมคุ้นกับชื่อหมอเทวดาผู้นี้ดี
หมอฮัวโต๋เป็นซูเปอร์หมอเก่งที่สุดในเมืองจีน หมอผู้นี้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์

หมอฮัวโต๋บอกกวนอูว่า วิธีรักษามีทางเดียวคือต้องเฉือนเนื้อร้ายที่ต้องพิษออกมา
แต่การผ่าแบบนี้เจ็บปวดมาก

น่าจะเจ็บแน่ๆ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีบริการยาชาหรือยาสลบแบบปัจจุบัน

กวนอูตอบตกลงอย่างง่ายๆ ฮัวโต๋จึงเสนอความคิดให้รัดร่างของกวนอูแน่นกับเสา จะได้ไม่ดิ้นเวลาผ่าตัด

กวนอูหัวเราะว่า มิต้องวุ่นวายเช่นนั้น ว่าแล้วก็กวักมือเรียกนายทหารคนหนึ่งมาตั้งโต๊ะเล่นหมากรุกกัน
โขกหมากแล้วก็ยกจอกเหล้าดื่มอย่างสบายอารมณ์ พลางเอียงไหล่ให้หมอฮัวโต๋ทำการเฉือนเนื้อออกไป
ใส่ยาแล้วใช้เข็มเย็บแผลเข้าด้วยกัน โดยที่กวนอูไม่ร้องเลยสักแอะ

ฮัวโต๋กล่าวว่า เรารักษาคนป่วยมาก็มาก ไม่เคยพบใครที่กล้าหาญเหมือนท่านกวนอูเลย

ในจำนวนมนุษย์หลายพันล้านคนในโลก ยากนักจะพบคนแบบกวนอูสักคน

กรณีของกวนอูเป็นตำนานเสริมแต่งเกินจริงหรือไม่เราไม่รู้
แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกเรามีคนที่ไม่เคยกลัวอะไรจริงๆ

2

อเลน รอเบิร์ต (Alain Robert) ชาวฝรั่งเศส มีงานอดิเรกที่น่าขนหัวลุกที่สุดคนหนึ่งในโลก
เขาชอบปีนตึกสูง อเลนปีนตึกระฟ้าในโลกมาแล้วร่วมร้อยตึกด้วยสองมือเปล่า ไม่มีร่มชูชีพ
ล้วนเป็นอาคารที่สูงติดอันดับโลก เช่น ตึกฉางเจียงเซ็นเตอร์ ฮ่องกง (62 ชั้น), ตึกจินเม่า เซี่ยงไฮ้ (88 ชั้น), พีโทรนาส ทาวเออร์ กัวลาลัมเปอร์ (88 ชั้น), เซียร์ส ทาวเออร์ ชิคาโก (110 ชั้น)

การตกตึกสูงขนาดนี้ไม่ต้องเสียเวลาเข้าโรงพยาบาล เพราะต่อให้หมอฮัวโต๋ก็รักษาไม่ได้

อเลนเริ่มปีนตึกมาตั้งแต่อายุสิบสองขวบ เมื่อครั้งหนึ่งเขาลืมกุญแจในห้องพัก
จึงตัดสินใจปีนอพาร์ตเมนต์สูงแปดชั้นเข้าไปเอากุญแจ
หลังจากนั้นก็ตะกายตึกมาจนได้รับฉายา สไปเดอร์-แมน

เขาปีนโดยใช้มือและเท้าเสียบตามช่องของตึก ไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ
เหนื่อยก็พักสักหน่อย แล้วปีนต่อจนถึงยอด บ่อยครั้งมีตำรวจรอจับกุมอยู่

ประวัติศาสตร์โลกจารึกเรื่องทหารกล้าที่ไม่กลัวตาย นักโทษประหารชีวิตหลายคนยืนหยัดยิ้มรับความตาย
นักปีนเขา นักดิ่งพสุธาซึ่งกระโจนออกจากเครื่องบิน แหวกว่ายอากาศเล่นนานกว่าจะกางร่มชูชีพ

ทำไมคนเหล่านี้ไม่กลัวตาย ขณะที่คนบางคนยืนบนดาดฟ้าตึกแถวสามชั้นก็ใจสั่นจะเป็นลม
บางคนปอดแหกจนไม่ทำอะไรเลย?

3

ช่วงปลายปี ค.ศ. 2002 มีรายงานการแพทย์โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ สถาบันการแพทย์ โฮเวิร์ด ฮิวส์ แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นิวยอร์ก พวกเขาพบ ยีนที่สร้างโปรตีนที่ทำให้สมองส่วนหนึ่งเรียนรู้ความกลัว
โดยศึกษาจากหนูสองกลุ่ม นี่คือการค้นพบต้นเหตุของความกลัวที่ฝังในพันธุกรรม เรียกว่า Fear gene

ยีนปอดแหกที่มีชื่อเรียกว่า Stathmin เชื่อมโยงกับพื้นที่ในสมองที่เรียกว่า Amygdala
มันควบคุมความกลัวในรูปแบบต่างๆ ความกลัวของคนเราทั้งแบบรุนแรงและความกลัวแบบชั่ววูบ
ล้วนเกิดขึ้นที่สมองส่วนนี้

นักวิทยาศาสตร์ทางสมองยังพบความจริงอย่างหนึ่งว่า
คนไข้ที่ได้รับการกระทบกระเทือนในสมองที่ Amygdala นี้ จะกลายเป็นคนที่ไม่กลัวอะไรเลย

โจรเอาปืนมาจี้ก็รู้สึกเฉยๆ

การศึกษาในช่วงหลายปีถัดมายืนยันการพบยีนตัวนี้
หนูที่ไม่มียีน Stathmin ไม่มีปฏิกิริยาสนองตอบสถานการณ์อันตรายซึ่งหนูอื่นๆ กลัว

ความกลัวสามารถลบออกได้โดยการแก้ยีนหรือไม่ เรายังไม่รู้ แต่ในช่วงที่วิทยาการด้านนี้เพิ่งเริ่มต้น
เราไม่มีทางเลือกนอกจากจะจัดการกับความกลัวโดยไม่ต้องพึ่งหมอผ่าตัด

4

ในชีวิตอาจมีสถานการณ์บางอย่างที่แย่กว่าการดิ่งพสุธาหรือนั่งรอเวลารับโทษประหาร
สถานการณ์ชีวิตบางช่วงของบางคนแย่เสียจนอยู่มิสู้ตาย การเสียคนรัก การสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิต
ความผิดหวัง ฯลฯ แต่คุณไม่คนเดียวในโลกที่กลัว ทุกคนกลัวทั้งนั้น
อาการปอดแหกเป็นสัญชาตญาณปกติของมนุษย์ กลัวตาย กลัวเป็นโรคร้าย กลัวความล้มเหลว
กลัวความสูง กลัวที่แคบ กลัวเรื่องสารพัด กลัวตกงาน กลัวความไม่มั่นคง ฯลฯ
แตกต่างที่มากหรือน้อย คุมได้หรือไม่ได้เท่านั้น

บางทีความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การไต่ตึกสูงมือเปล่าแต่คือ...
การกล้ายอมรับความทุกข์ที่ประดังเข้ามาในชีวิต แล้วเดินหน้าต่อไป

ความกลัวก็เช่นไวรัส ไม่หายไปไหน
ทางเดียวที่เราทำได้คืออยู่ร่วมกับมันอย่างสันติ ด้วยสติเท่านั้น

ใช่ คนบางคนกลัวง่ายกว่าคนอื่น บางคนขี้ขลาดมาแต่กำเนิด
แต่สิ่งเหล่านี้พอช่วยได้จากการฝึกฝนและเข้าใจ เรากำหนดยีนไม่ได้
แต่เราอาจหันทิศชีวิตที่เหลือของเราให้ไม่จมในเงามืดของความกลัวได้
อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง

ทางพุทธสอนเรื่องการตามจิต ตามมันทัน โอกาสที่ความกลัวจะเล่นงานเราก็ลดลง

ทางกายภาพคือรักษาสภาพร่างกายให้แข็งแรงเสมอ ร่างกายอ่อนแอทำให้จิตใจอ่อนแอ
กายภาพที่ดีช่วยทำให้ลดความกลัวลงได้

ทางใจคือเติมน้ำดีเข้าไปในหัวใจเสมอ ผ่อนคลายด้วยอารมณ์ขัน ฯลฯ

หรืออาจถือคติว่า “อย่างมากก็แค่ตายโว้ย!”

ความไม่กลัวอาจถูกกำหนดโดยยีน แต่กำลังใจเราต้องสร้างขึ้นมาด้วยตัวเราเอง


วินทร์ เลียววาริณ
4 ธันวาคม 2553

ปอดแหก

เป็นกำลังใจให้ค่ะ
สู้ๆ

KimBerrY

     Share

<< ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าให้อภัยตนเองบ้าน >>

Posted on Tue 14 Dec 2010 10:19


พอใจ...กำไรจากการเริ่มต้น
ครอบครัว Diaryclub...อบอุ่นเสมอ
จะใช้ชีวิตอย่างไรให้เป็นสุขในช่วงปีใหม่และทุกๆ วัน
สุขใจเพราะให้เป็น
บ้าน
ปอดแหก
ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าให้อภัยตนเอง
ช่วงเวลาที่เงียบเหงา
สิ่งที่ได้จากการแข่งขัน
มองสองด้าน
ไม่มีอะไร...

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

ได้ความรู้อ่าคะ ^^
สงสัยต้องทำให้ สมองส่วน Amygdala กระทบกรเทือนดีไหมเนี่ยจะได้ไม่ต้องกลัวอะไรเลยเนอะ - -*
ปล.ขอบคุณที่แว่ะไปทักทายค่ะ ^o^
calipso   
Tue 14 Dec 2010 11:27 [1]